การก่อสร้างบ้านของสหรัฐลดลง 9.5% ในเดือนเมษายน

0
662

การก่อสร้างบ้าน

​​การก่อสร้างบ้านของประชาชนชาวสหรัฐ ลดลงอย่างรวดเร็วร้อยละ 9.5 ในเดือนเมษายน ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าบางส่วนเป็นผู้ก่อสร้างที่กำลังชะลอโครงการ เนื่องจากราคาไม้ที่พุ่งสูงขึ้นและข้อจำกัดด้านอุปทานอื่น ๆ ทำให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างยากลำบาก กระทรวงพาณิชย์กล่าวเมื่อวันอังคาร กล่าวถึงการก่อสร้างบ้านที่ลดลงในเดือนเมษายนในอัตราที่ปรับตามฤดูกาลประจำปีที่ 1.57 ล้านหน่วย ลดลงจากอัตรา 1.73 ล้านหน่วยในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดนับตั้งแต่มีการสร้างบ้านในอัตรา 1.74 ล้านหน่วย ในเดือนกรกฎาคม 2006 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการเติบโตของที่อยู่อาศัยในช่วงทศวรรษนั้น

การขอใบอนุญาตก่อสร้างจำนวนมาก ถือเป็นสัญญาณของกิจกรรมการสร้างบ้านในอนาคต คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเมษายน คิดเป็นอัตราต่อปีที่ 1.76 ล้านหน่วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าการก่อสร้างในเดือนเมษายนจะเป็นการสร้างเพียงชั่วคราวเท่านั้น นักเศรษฐศาสตร์พยายามเชื่อมโยงการลดลงของการก่อสร้างในเดือนเมษายน กับรายงานของผู้สร้างที่ชะลอโครงการเนื่องจากราคาไม้ที่สูงขึ้น และห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้การหาสินค้าสำคัญ ๆ เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเรื่องยาก

ราคาไม้เพียงอย่างเดียวเพิ่มการลงทุนมากถึง 35,872 เหรียญสหรัฐ ในราคาบ้านเดี่ยวโดยเฉลี่ยตามที่ National Association of Home Builders สืบทราบมา และปัจจัยส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นเหล่านี้คือภาษีชายแดน ที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารของทรัมป์ ในกรณีพิพาททางการค้ากับแคนาดา นอกจากนี้ยังมีการปิดการผลิตชั่วคราวเมื่อเกิดโรคระบาดในปี 2020

ถึงแม้ไม้จะมีราคาที่สูงขึ้น แต่นักเศรษฐศาสตร์ก็คาดหวังว่าที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจที่โดดเด่น ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 จะยังคงแสดงความแข็งแกร่งต่อไปในปี 2022