ไทยเร่งอัดฉีด 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในครึ่งปีหลัง 2021 ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

0
293

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจโดยรวมของไทยเจริญเติบโต 3.2% เมื่อเทียบกับการเติบโตรายปีในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ซึ่งจำนวนนี้ขาดการประมาณการและลดลงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลไทยวางแผนจำนวนเงิน 473 พันล้านบาท (1.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปี 2021 หลังจากผ่านการอนุมัติ ทั้งนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ระลอกที่ 3

โดยการระบาดครั้งล่าสุดของเชื้อโควิด -19 ในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ามีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของการติดเชื้อทั้งหมด และมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้เสียชีวิต จึงส่งผลทำให้กิจกรรมภายในประเทศชะลอตัวลง ทำให้เกิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 140 พันล้านบาท ประกอบด้วยการแจกเงินสดสำหรับผู้มีรายได้น้อย มีการโอนเงินสดภายใต้โครงการร่วมจ่ายและการจ่าย e-voucher ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนเศรษฐกิจขนาดใหญ่มูลค่า 255 พันล้านบาทที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในเดือนที่แล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชน 51 ล้านคน ตลอดจนสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 หัวหน้าสำนักงานนโยบายการคลังของกระทรวงการคลังออกมายืนยันว่าเป็นข่าวจริง โดยมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนกระทั่งถึงธันวาคมรวมเงิน 93 พันล้านบาทในการรวมจ่ายสำหรับการซื้อสินค้าของผู้บริโภคและ e-voucher มูลค่า 28 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการแจกเงินสด 16.4 พันล้านบาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยและจ่ายอีก 3 พันล้านบาท ให้กับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ ในเดือนที่แล้วหน่วยงานวางแผนของรัฐได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2021 ลดลงเหลือ 1.5% เป็น 2.5% จาก 2.5% เป็น 3.5%

ซึ่งความพยายามในการกระตุ้นอาจใช้เวลาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2023 เพื่อทำให้เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับสู่ระดับก่อนโควิด -19 ซึ่งนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้